Stochastic คือ: ข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจการลงทุน

1. Stochastic คืออะไร?

Stochastic Oscillator (Stochastic) เป็นตัวชี้วัดทางเทคนิคที่ใช้ในการวัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาปิดปัจจุบันกับช่วงราคาที่กำหนดไว้ในช่วงเวลาที่กำหนด. Stochastic ช่วยในการหาจุดเข้าหรือออกตลาด โดยช่วยบอกว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะกลับมาหรือไม่.

2. วิธีการใช้ Stochastic ในการลงทุน:

a. การอ่าน Stochastic:

  • %K และ %D Lines: Stochastic มีสองเส้นหลัก, %K และ %D. %K คือเส้นที่แสดงสภาพของราคาปิดปัจจุบัน ณ จุดนี้, ส่วน %D คือเส้นเคลื่อนที่เรื่อย ๆ และบ่งบอกถึงค่าเฉลี่ยของ %K.
  • Overbought และ Oversold Levels: Stochastic มักมีระดับ Overbought (80) และ Oversold (20). เมื่อ %K หรือ %D อยู่เหนือระดับ 80 จะถือว่าตลาดมีโอกาสที่จะกลับกลาง และในทางกลับกัน, เมื่ออยู่ใต้ระดับ 20 จะถือว่าตลาดมีโอกาสที่จะวิ่งต่ำ.

b. สัญญาณการลงทุน:

  • Crosses: เมื่อ %K ตัด %D จากด้านล่างขึ้นไปด้านบน, นักลงทุนสามารถมองเห็นสัญญาณการซื้อ. ในทางกลับกัน, เมื่อ %K ตัด %D จากด้านบนลงมาด้านล่าง, นักลงทุนสามารถมองเห็นสัญญาณการขาย.
  • Divergence: การหาความแตกต่างระหว่างการเคลื่อนไหวของราคาและ stochastic คือ สามารถให้สัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงทางราคา.

c. การใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น:

  • การร่วมกับ Moving Averages: การร่วมกับเส้น MA สามารถช่วยในการเปรียบเทียบแนวโน้มทั้งสอง.
  • การร่วมกับอินดิเคเตอร์: การร่วมกับตัวชี้วัดเสริมอื่น ๆ เช่น MACD หรือ RSI เพื่อความแม่นยำที่มากขึ้น.

3. ข้อดีของการใช้ Stochastic:

  • a. ช่วยในการจับทางเทรน: Stochastic ช่วยในการจับทางเทรนและบอกถึงการเปลี่ยนแปลงทางราคา.
  • b. ให้สัญญาณที่ชัดเจน: สัญญาณการซื้อขายที่ชัดเจนและมีความน่าเชื่อถือ.
  • c. บ่งบอกถึงสภาพ Overbought และ Oversold: ช่วยในการกำหนดระดับที่ตลาดมีโอกาสที่จะกลับกลาง.

4. ข้อควรระวังในการใช้ Stochastic:

  • a. ควรใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น: Stochastic ควรใช้ร่วมกับตัวชี้วัดและเทคนิคอื่น ๆ เพื่อความมั่นคง.
  • b. ไม่ควรพึงเชื่อถือในสัญญาณเดียว: การใช้ Stochastic เพียงอย่างเ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Posts -